มารู้เกี่ยวกับปากและฟัน

เรื่องช่องปากหรือว่าฟันเรานั้นเราต้องดูแลอย่างสะอาดและก็ควรที่จะทำอย่างทุกวันและต่อเนื่องเพราะว่าช่องปากเรานั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องใส่ใจและดูแลความสะอาดเพราะว่าช่องปากและฟันเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องใส่ใจเพราะว่าปากนั้นเราต้องกินอาหารและก็ต้องพูดเมื่อถ้าเรานั้นไม่ใส่ใจในช่องปากนั้น

จะทำให้คนที่รับฟังเรานั้นเสียอารมณ์และก็ไม่อยากที่จะพูดคุยกับเราอีกเพราะว่ากลิ่นปากเรานั้นเหม็นทำให้เรานั้นต้องตัดบทออกและก็เรื่องฟันอีกฟันนั้นต้องอยู่กับเรานั้นตลอดชีวิตเพราะว่าเรานั้นต้องกินต้องใช้ฟันตลอดยันที่หมดเวลาของเรา 

มารู้จักฟันกันหน่อย ฟันเป็นอวัยวะพิเศษที่เจริญมาจากเนื้อเยื่อชั้นนอกเช่นเดียวกับผิวหนังหรือเกร็ดของปลา ฟันมี 2 ชุด คือฟันแท้ และฟันน้ำนม ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายๆกันดังนี้ 

  • มีชั้นเคลือบฟัน เป็นส่วนที่อยู่นอกสุดและมีความแข็งที่สุดของฟัน  ทำหน้าที่รับน้ำหนักในการบดเคี้ยวมีโครงสร้างเป็นผลึก  ไม่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทจึงเป็นส่วนที่ไม่ได้รับความรู้สึกเวลาที่ฟันเริ่มผุจึงไม่มีอาการเจ็บปวด 
  • ชั้นเนื้อฟัน เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากเข้ามาประกอบด้วยท่อเล็กๆจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รวมเส้นประสาทรับความรู้สึกดังนั้นเวลาที่ฟันผุถึงชั้นนี้เริ่มจะมีอาการเสียวฟัน
  • โพรงประสาทฟังคือโพรงช่องว่างภายในฟัน เป็นที่อยู่ของเส้นประสาทและเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงตัวฟัน ทำหน้าที่ในการรับความรู้สึกร้อน เย็น  ปวด เจ็บ  กรณีที่ฟันผุมาถึงชั้นนี้จะมาสามารถอุดฟันได้
  • ชั้นร่องเหงือก คือระหว่างตัวฟันกับขอบเหงือกปกติจะมีขอบบาง มีความลึกประมาณ 2 มิลลิเมตร แต่ถ้ามีโรคเหงือกอักเสบ หรือเป็นรำมะนาด อาจจะมีอาการบวม ทำให้ร่องนี้ลึกขึ้น และเกิดการอักเสบมากขึ้นได้ 
  • เหงือก คือส่วนเนื้อเยื่อที่หุ้มตัวฟัน และกระดูกขากรรไกรไว้ 
  • เคลือบรากฟัน เป็นชั้นบางๆคลุมเนื้อฟันบริเวณรากฟันไว้แตกต่างจากเคลือบฟันตรงที่มีความแข็งแรงน้อยกว่าปกติจะฝังตัวอยู่ในกระดูกแต่ถ้ามีเหงือกร่นหรือเกิดโรครำมะนาด อาจทำให้ส่วนสัมผัสกับน้ำอากาศเกิดอาการเสียวฟันได้ กระดูกเบ้ารากฟัน คือส่วนของกระดูกที่รองรับรากฟัน 

ฟันแต่ละซี่นั้นมีประโยชน์อย่างไร 

ฟันหน้าตัด อยู่บริเวณหน้าสุดมีทั้งหมด 8ซี่ทำหน้าที่กัดอาหาร 

ฟันเขี้ยว เป็นฟันที่มีรากยาวที่สุดมีทั้งหมด 4 ซี่ และมีความแข็งแรงมาก  ปลายแหลม ทำหน้าที่ตัด ฉีก และแยกอาหารออกจากกัน

ฟันกรามน้อย จะพบเฉพาะในฟันแท้เท่านั้น รูปร่างคล้ายฟันกรามแต่มีขนาดเล็กกว่า มีทั้งหมด  8 ซี่ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารร่วมกับฟันกราม

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ ราคา

การป้องกันโรคเอดส์ที่เราควรรู้

โรคเอดส์เป็นโรคที่เรานั้นรู้อยู่แล้วว่าเกิดจาการที่เรามีเพศสัมพันธ์นั่นเองซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อกันจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย กับผู้ชาย  หรือว่าชายหญิงนั้นก็แล้วแต่  และโรคเอดส์นั้นไม่สามารถที่จะรักษาให้หายได้เพราะว่ายังไม่เจอยาที่สามารถที่จะรักษาโรคนี้ได้  ได้แต่เพียงมียาต้านไวรัสให้บรรเทาอาการเพียงเท่านั้นเอง  และด้วยโรคนี้นั้นเป็นโรคที่รักษาไม่หายและก็เป็นโรคที่สังคมรอบข้างนั้นรังเกียจ  แ,ในวันนี้เราจะเอาความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องโรคเอดส์นั้นมาให้อ่านกันเพื่อที่เราจะได้เรียนรู้

โรคติดต่อของเอดส์มีอยู่ 3 ชนิด คือ 

1.การร่วมเพศที่เป็นการติดต่อโดยที่เรานั้นไม่ใส่ถุงยาง ซึ่งในการร่วมเพศนั้นรวมไปถึงการที่เรามีแฟนเป็นผู้หญิงกับผู้หญิง  หรือว่าชายรักชาย  หรือแม้ชายหญิง   ถึงแม้ว่าจะเป็นทางธรรมชาตินั้นแล้วแต่ว่าสิ่งนี้นั้นเป็นปัจจัยหลังที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อนั้นได้ด้วย  

2.การที่เรารับเลือด  การที่เราติดทางเลือดนั้นมีอยู่สองช่องทาง 

-การที่เราใช้เข็มฉีดยารวมกับคนที่ติดเชื้อเอดส์ซึ่งเรานั้นมักจะพบบ่อยกับคนที่ใช้สารเสพติดนั่นเอง  

 -การที่เรารับเลือดมาโดยจาการที่เราขาดเลือดในระหว่างที่เราเข้าผ่าตัด หรือว่าเกิดอุบัติเหตุที่เราต้องการเลือดซึ่งเลือดที่เราได้มานั้นเราไม่รู้เลยว่าได้รับมาจากใครและคนที่มาบริจากนั้นสี่ยงกับการเป็นโรคเอดส์หรือเปล่า 

3.การติดเชื้อแม่สู่ลูก  ซึ่งเกิดจากแม่นั้นอาจจะมีเชื้ออยู่แล้วและก็ตั้งท้องโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นติดเชื้อ แต่ว่าเดี่ยวนี้นั้นการที่เรารู้ว่าเราเป็นโรคเอดส์และเสี่ยงที่ลูกจะติดนั้นเราสามารถที่จะให้คุณแม่ที่ตั้งท้องสามารถที่จะกินยาต้านไวรัสได้เพื่อที่จะกินแล้วลูกของเราเวลาที่คลอดนั้นจะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อนั่นเอง  ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยที่สุดแต่ก็ยังดีกว่าและในทางที่ดีที่สุดนั้นคือการที่เราควรที่จะตรวจเลือดก่อนที่เราจะแต่งงาน

นอกจากการติดเชื้อจากทางเลือดนั้นแล้วก็ยังมีการติดเชื้อได้อีกหลายวิธีถึงแม้ว่าอาจจะมีเปอร์เซ็นที่น้อยแต่ว่าก็สามารถที่จะเสี่ยงกับการติดเชื้อนั้นได้เหมือนกัน   อย่างเช่นการที่เราเจาะหู เพราะว่าเราต้องใช้เข็มร่วมกันและเราก็ไม่ร็ว่าใครนั้นติดเชื้อบ้างรวมไปถึงคนที่ชอบสักก็เหมือนกันถึงแม้ว่าการสักนั้นจะเป็นการสักที่ผิวหนังแต่ว่าก็มีเลือดนั้นออกมาเหมือนกันอีกอย่างนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเราเสี่ยงไหมเพราะว่าคนที่มาสักนั้นเป็นโรคเอดส์หรือเปล่า  อาจจะใช่ที่เป็นความเสี่ยงที่น้อยมาก แต่ว่าก็มีโอกาสที่จะเป็นได้เหมือนกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

มะแว้ง มะแว้งเครือ

มะแว้ง

มะแว้ง ขึ้นชื่อเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีประโยชน์ และยังนำลูกมาทำเป็นอาหารกินได้ด้วย ส่วนต้นมะแว้งนั้นจะเป็นพุ่มมีขนและมีหนาม และยังมีสรรพคุณทางยา แพทย์แผนโบราญจะนิยมนำไปทำยา ส่วนลูกของมะแว้งนั้นจะเป็นลูกกลมๆสีเขียวปนขาว เริ่มสุกจะมีสีเหลืองๆส้มๆมีรสชาติออกขมกว่ามะแว้งเครือ จะเจอได้ตามข้างทางขยายพันธ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณของมะแว้ง

มะแว้งถือว่าเป็นยาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านหาได้คามท้องที่ ที่อยู่อาศัยไม่ต้องเสียเงินซื้อหาเพราะมะแว้งมีสรรพคูณรักษาอาการไอ เมื่อนำผลมาตำผสมกับน้ำมะนาวแล้วดื่ม หรือจะนำรากมาทำความสะอาดและฝนกับยากวาดคอเด็กแก้ไอได้อีกเช่นกัน และยังช่วยรักษาอาการเบาหวาน ทำให้เจริญอาหาร และยังสามารถช่วยรักษาได้มากมายหลายโรค อย่าง วัณโรค หอบหืด ละลายก้อนนิ่ว ปวดหัว ปวดฟัน ประโยชน์หลักของมะแว้งก็คือ ราก กับผล ยังสามารถมาทานกับน้ำพริก น้ำปลาร้าด้วยการเอายอดของมะแว้ง กับผล มาลวกทานได้เลย

มะแว้งเครือ

มะแว้งเครือ มีลักษณะคล้ายๆกับมะแว้ง แต่ผลของมะแว้งเครือจะออกมีลาย เป็นสีเขียวขาว และเมื่อผลสุกจะมีสีแดงสด ไม่อมส้มเหมือนมะแว้ง ลำต้นก็มีหนามคล้ายกัน แตกต่างกันที่ผล 

สรรพคุณมะแว้งเครือ

มะแว้งเครือมีสรรพคุณทางยาคล้ายๆกับมะแว้งจะแตกต่างกันที่มะแว้งเครือ ช่วยบำรุงโลหิต รักษาแผลในกระเพราะอาหาร ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน และช่วยขับเหงื่อ ขับความร้อนออกจากร่างกาย และมีรสขาติที่ขมเหมือนกัน แพทย์แผนโบราญนิยมใช้มะแว้งเครือในการนำไปทำยามากว่ามะแว้ง แพทย์แผนไทยในอดีตจะมีการนำเอามะแว้งและมะแว้งเครือ มาผสมทำยาเหมือนกันจึงได้มีการเรียกยาชนิดนั้นว่ามะแว้งทั้งสอง 

อย่างไรก็ตามการรับประทานทั้งมะแว้งและมะแว้งเครือต่างก็ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเหมือนกัน ปัจจุบันการแพทย์ได้นำมะแว้งมาทำเป็นยาออกวางขายในห้าวสรรพสินค้าในเรื่องช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะ และยังให้เป็นยาสามัญประจำบ้านไปแล้ว และบางพื้นที่ได้มีการปลูกมะแว้งไว้เพื่อการนำมาทำยากันแล้ว การดูและต้นมะแว้งไม่ได้ยุ้งยากอาไรมากมายนัก ควรปลูกในที่มีแสงแดดเข้าถึง ปลูกชิดกำแพง และหากท่านใดคิดจะปลูกมะแว้งมาทำเป็นรั้วบ้านก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะต้นมะแว้งนั้นมีหนามแหลมคมอาจจะช่วยกันสิ่งไม่พึ่งประสงค์เข้าบ้านท่านบ้างก็ได้ ก็อย่าลืมลองหาซื้อต้นมะแว้งมาปลูกกันดู เพราะปัจจุบันนี้ได้มีการนำเอาต้นมะแว้งมาขายกันแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

โรคหวัด ที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น

“หวัด” อาการที่หลายคนไม่ได้อยากเป็น แม้กระนั้นก็หลบหลีกมิได้เลย

แม้ว่าในหนึ่งปีพวกเราทุกคนควรจะเป็นหวัดขั้นต่ำหนึ่งครั้ง หรือบางบุคคลก็บางครั้งอาจจะเป็นหลายครั้งกว่านั้น โดยปกติโรคของอาการนี้ชอบมิได้ร้ายแรงอะไร ซึ่งอาการที่เจอทั่วๆไปเป็น เป็นหวัดแล้วมีลักษณะอาการคัดจมูก มีการจาม มีน้ำมูกลักษณะใสไหล อาการคอแห้งผาก หรือเจ็บคอบางส่วน มีลักษณะอาการไอแห้งๆหรือไอแบบมีเสลดน้อย

แต่ว่าถึงยังไงหวัดก็นับได้ว่าเป็นโรคซึ่งสามารถติดต่อกันได้ง่าย “หวัด” หรือ “หวัด” นั้นเป็นโรคที่ติดโรคเชื้อไวรัสผ่านทางเท้าหายใจส่วนต้นที่กระทบต่อจมูกแล้วก็คอ ซึ่งอาการต่างๆที่เกิดขึ้นชอบหายไปได้เองด้านใน 7 วัน แล้วเพราะเหตุใดก็เลยต้องห้ามสั่งขี้มูกเวลาเป็นหวัด 

เหตุผลที่พวกเราไม่สมควรสั่งขี้มูกแรงๆในช่วงเวลาที่พวกเรากำลังเป็นหวัดทำไม ในหน้าของผู้คนนั้นมีท่อลมหนึ่งที่เชื่อมต่อกับโพรงจมูก หู และก็ปากอยู่ ที่มีชื่อเรียกกันว่าท่อลมยูสเตเชี่ยล โดยที่ท่อลมนี้มีบทบาทเป็นเอาไว้ระบายความดัน ได้แก่เวลาที่พวกเรากำลังขับรถยนต์ขึ้นเขาเทือกเขา หรือในเวลาที่พวกเรามุดน้ำ หูของพวกเราจะมีลักษณะอื้อเนื่องจากว่ากำเนิดแรงกดดันขึ้น แต่ว่าเพียงพอพวกเรามีการกลืนน้ำลายลงไปก็จะหายนั่นเอง

แม้กระนั้นเมื่อขณะที่พวกเราสั่งขี้มูกแรงกดดันที่เกิดขึ้นก็จะมิได้ไปลงที่รูจมูกภายนอกของพวกเราที่เดียว แต่ว่ามันจะถอยกลับไปสู่ท่อลมแล้วตีขึ้นหูไปด้วย แล้วก็เมื่อท่อลมนั้นบวมจากแรงกดดันที่พวกเราได้มีการสั่งขี้มูก ก็จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนหัวหัว มีการปรับความดันมิได้ แล้วก็หูรู้สึกมีลักษณะอาการอื้ออยู่เสมอเวลา เป็นต้นเหตุให้มีคนสงสัยขึ้นมาว่าทำถึงมีลักษณะหูอื้อ แล้วก็ตาลายเกิดขึ้นได้ในตอนนั้น

ซึ่งหากว่ามีการสั่งขี้มูกที่แรงจนกระทั่งเหลือเกินก็จะยิ่งอันตรายถึงขึ้นที่ว่าทำให้เยื่อแก้วหูฉีกได้เลย บางบุคคลถึงกับมีลักษณะหูดับภายหลังจากการสั่งขี้มูกด้วย ด้วยเหตุนั้นแล้วหากว่าพวกเรายังต้องการจะมีหูที่ปกติ รวมทั้งได้ยินเสียงอย่างธรรมดาอยู่นั้นเวลาเป็นหวัดมีน้ำมูก ก็ควรจะที่จะบากบั่นหลบหลีกการสั่งขี้มูก แต่ว่าถ้าหากว่าเป็นหวัดคัดจมูกแล้วมีความคิดว่าหายใจไม่ออกจริงๆก็อย่าลืมไปว่าพวกเราสามารถที่จะรับประทานยาแก้แพ้ลดน้ำมูกได้ 

ซึ่งอันนี้ก็จำต้องได้รับคำหารือจากเภสัชกรผู้ชำนาญด้วย มาถึงเดี๋ยวนี้ทุกบางครั้งอาจจะกำลังสงสัยกันว่าถึงขึ้นต้องห้ามสั่งขี้มูกกันเลยหรือ ที่จำเป็นต้องเลือกใช้คำว่า “อย่า” นั้นเป็นเนื่องจากว่าต้องการจะให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการเสี่ยงรวมทั้งอันตรายที่จะเกิดขึ้นเมื่อพวกเรามีการสั่งขี้มูกนั่นเอง

แต่ว่าอันที่จริงแล้วทุกคนก็ยังสามารถที่สั่งขี้มูกได้ดังเดิม เพียงแต่ว่าอย่าสั่งขี้มูกในแบบที่แรงจนถึงเหลือเกินเนื่องจากต้นเหตุหนึ่งเลยก็คือในขณะที่ทุกคนสั่งขี้มูกเรื่องความแรงของแต่ละคนหรูหราที่แตกต่างกัน บางบุคคลบางทีก็อาจจะรู้สึกว่าที่ตนเองเคยสั่งก็มิได้แรงอยู่แล้ว ซึ่งก็มิได้มีอะไรซึ่งสามารถวัดได้เลยว่าระดับความแรง ความค่อยของแต่ละคนมากมายแค่ไหน เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดเรื่องที่ดีมากกว่าถ้าหากว่าพวกเราใช้คำว่า “อย่า” เพื่อเป็นการเตือนให้ทุกคนไดตระหนักถึงผลข้างเคียงร้ายๆที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

ดูแลตัวเองช่วงประจำเดือน

ในช่วงการมีประจำเดือนนั้นถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้หญิงเลยก็ว่าได้ เพราะผู้หญิงนั้นจะต้องเผชิญกับอาการต่างๆก่อนที่จะเป็นประจำเดือน การอาการที่ส่งผลกระทบทางด้านร่างกายไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องน้อยอย่างหนักและในบางคนปวดจนทบจะลุกไม่ไหวก็มีและนอกจากอาการทางด้านร้างกายแล้ว

ก็อาจจะมีอาการทางด้านอารมณ์ที่มีการแปรปรวนแทบทุกนาทีเลยทีเดียว และการปฏิบัติช่วงมีประจำเดือนที่อาจจะก่อให้เกิดผลร้ายกับภายในร่างกายและอาจจะก่อเกิดสามารถเป็นโรคร้ายได้ ซึ่งอาการเหล่านี้นั้นสามารถเกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในร่างกายหรืออาจจะเกิดจากพฤติกรรมหรือการกระทำบางอย่างในช่วงที่มีประจำเดือนนั่นเอง 

สิ่งที่ควรระวังและหลีกเลี่ยงในช่วงของวันมีประจำเดือนก็คือ การไม่เปลี่ยนผ้าอนามัยหรือมีการใส่ผาอนามัยต่อหนึ่งครั้งที่นานเกินไป ถ้าหากเรานั้นใส่ผ้าอนามัยแผ่นเดิมเป็นระยะเวลามากกว่า4ชั่วโมงโดยไม่มีการเปลี่ยนนั้นอาจจะทำให้เสี่ยงในเรื่องของการติดเชื้อแบคทรีเรียหรืออาจะเกิดเอราในร่มผ้าได้อาจจะเกิดอาการคันในช่องคลอดตามมาได้

เพราะการใส่ผ้าอนามัยโดยไม่มีการเปลี่ยนทุก4ชั่วโมงนั้นก็จะทำให้แบคทรีเรียที่อยู่ภายในผ้าอนามัยที่ใช้แล้วนั้นมีการเพิ่มจำนวนที่มากขึ้นนั่นเองจึงเป็นผลให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณปากช่องคลิดหรือบริเวณอวัยวะเพศได้ บางคนนั้นเมื่อมีอาการคันก็อาจจะมีอาการผื่นแดงขึ้นตามบริเวณอวัยวะเพศด้วยและมีอาการคันร่วมกับผื่นแดงอีกด้วย

โดยเชื้อแบคทรีเรียที่เกิดขึ้นบนผ้าอนามัยที่ใช้แล้วนั้นเมื่อมีการสัมผัสกับอากาศเช่นการอ้าขาหุบขา ก็อาจจะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้และจะทำให้เรานั้นไม่มั่นใจได้ ความอับชื้นที่เกิดมาจากผ้าอนามัยนั้นจะส่งผลให้เกิดเชื้อรา และเชื้อราตัวนั้นก็อาจจะมีการเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านช่องคลอดและเกิดเป็นปัญหาเชื้อราในช่องคลอดตามมาในที่สุดนั่นเองและอาจะมีอาการคันภายในช่องคลอดด้วยถือว่าเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรงและอาจจะเกิดเป็นอาการเรื้อรังถ้าหากไม่มีการรักษาในทันท่วงที 

การติดเชื้อในช่องคลอดหรือการติเชื้อบริเวณปากมดลูกนั้นเกิดจะทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณช่องคลอดและปากมดลูก หรือถ้าเชื้อแบคทรีเรียและเชื้อราเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะก็สามารถทำให้เกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบตามมาได้เช่นกัน

การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญและควรมีการดูแอย่างมากในช่วงที่เป็นประจำเดือนนั่นเอง คือการงดอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด เพราะอาหารที่มีรสเค็มนั้นจะทำให้เกิดอาการอืดบวมในช่วงที่เป็นประจำเดือนได้นั่นเอง การที่เราลดอาหารที่มีรสเค็มและลดอาหารประเภทถั่วต่างๆลงนั้นและดื่มน้ำต่อวันในช่วงที่เป็นประจำเดือนมากๆ น้ำนั้นก็จะสามารถไปลดอาการอืดบวมในช่วงนี้ได้นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ชะลอวัยด้วยผลไม้ 4 ชนิด

         อย่างที่เรารู้กันดีว่า สิ่งที่ทำร้ายผิวพรรณของเราให้แก่ก่อนวัยอันควรนั้นก็คือ อนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้าอนุมูลอิสระนี่เองที่เป็นตัวการหลักอันดับหนึ่งเลยที่ทำให้ผิวพรรณของเราเหี่ยวย่นเร็วเกินอายุจริง ดังนั้นการที่เราเลือกกินอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้ผิวพรรณของเรายังคงงดงามเปล่งปลั่ง โดยสารอาหารที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระนั้นส่วนใหญ่มักจะมีอยู่ในผลไม้มาดูกันว่าผลไม้ที่เรียนต่อผิวพรรณของคนเรานั้นมีอะไรบ้าง 

         Apple   ผลไม้ที่หาซื้อง่ายและราคาไม่แพง แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสาร Anti oxidant  เป็นตัวที่ทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยชะลอความเสื่อมสภาพลง  แอปเปิ้ลมีหลายสีแต่สีที่ควรค่าต่อการกินและช่วยบำรุงผิวพรรณมากที่สุดก็คือเขียวแอปเปิ้ลชนิดนี้จะมีสารที่ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้านั้นก็คือสารฟีโนลิคอีกทั้งยังช่วยในเรื่องให้ผิวหนังแก่ช้าลงและสำหรับใครที่พบปัญหาผนังหลอดเลือดฝอยไม่แข็งแรงเดี๋ยวจะสามารถช่วยได้อีกทั้งยังมีวิตามินซีช่วยให้การดูดซึมสารอาหารได้ผลดียิ่งขึ้น

        กล้วย   เป็นผลไม้ที่สามารถหาซื้อกินได้ทุกฤดูกาลมีราคาไม่แพงและยังเป็นผลไม้ที่มากไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุหรือวิตามินแต่ที่สำคัญมีโซเดียมต่ำโพแทสเซียมสูงกล้วยจึงเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดเพราะในกล้วยจะมีธาตุเหล็กเยอะแถมกล้วยก็ยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายให้มีการขับถ่ายที่ปกติโดยมากแล้วกล้วยมีสารอาหารหลายชนิดที่ทำให้เป็นประโยชน์กับร่างกายใครกินกล้วยแล้วก็จะอารมณ์ดีผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนควรจะกินกล้วย

         ผักใบเขียว  สำหรับผักนั้นมีประโยชน์มากมายหลายอย่างซึ่งหากเรากินผัก ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆในผักนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน อีกทั้งยังมีการบำรุงในเรื่องของสายตาเธอไม่ให้เราสายตาฝ้าฟางเร็วขึ้นและยังช่วยชะลอการเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบความทรงจำลดความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคอัลไซเมอร์

          สตอเบอรี่เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ควรค่าแก่การกินเพราะจะเต็มไปด้วยวิตามินซีและไฟติวเลี่ยน  ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ดังนั้นจึงเป็นการเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับระบบประสาทไม่ให้สมองมีความเครียดมากนักหากใครกินสตอเบอรี่เข้าไปก็จะทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉงสมองปลอดโปร่งสามารถจดจำสิ่งต่างๆได้ดีซึ่งถือได้ว่าสตอเบอรี่นั้นช่วยบำรุงสมองให้กับคนเราได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

อยู่บ้าน

ความเป็นจริงที่เรารับรู้เรื่องโรคร้ายที่ทำให้เกือบทุกประเทศต้องเผชิญปัญหาอันน่าเศร้า  สร้างความหวาดกลัวไปทุกที่  ทั้งจำนวนผู้ที่ติดและจำนวนผู้เสียชีวิตไปกับโรคร้ายชนิดใหม่  โรคโควิด 19  คงไม่พูดไม่กล่าวถึงไม่ได้กับโรคร้ายชนิดใหม่ที่ทำให้พวกเรา  หวาดกลัวอยู่ทุกวันนี้  จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก    ทั้งเห็นร้านค้าต่างๆตามตลาดบ้าง  ห้างสรรพสินค้าบ้าง  ร้านค้ารายย่อยบ้าง  ต่างก็มีมาตรการของร้านตัวเอง 

เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับเชื้อร้ายชนิดนี้  เพราะหากผู้ที่ได้รับก็เสี่ยงกับชีวิต  ยาที่ใช้รักษาก็ยังไม่ชัดเจน         ยังค้นคว้าวิจัยตัวยารักษาโรคโควิด 19 ยังไม่ได้  มีเพียงการป้องกันไม่ให้คนเราใกล้ชิดสัมผัสกัน  การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออกมาในที่มีคนแออัด  เลี่ยงการไปสถานบันเทิง  ร้านอาหาร  สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  สรุปง่ายๆคือ  ให้พวกเราอยู่บ้าน  ป้องกันการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว  ผู้ที่ได้รับเชื้อในตอนแรกยังไม่แสดงอาการ  แต่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้  หากควบคุมไม่อยู่การติดของเชื้อไวรัสนี่จะกระจายเป็นวงกว้าง     

ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว  โรงพยาบาลทุกแห่ง  ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้  หมอ  พยาบาลผู้ดูแลคนป่วยก็ไม่เพียงพอ  เราคงไม่ต้องการให้กลายเป็นแบบนั้น  พวกเราทุกคนควรร่วมมือกัน  หยุดกิจกรรมทุกอย่าง  อยู่บ้านกักตัวเองในบริเวณบ้านของตัวเอง  ใช้เวลาไม่นาน  อาจจะลำบากนิดหนึ่ง  แต่ก็ยังดีกว่าพากันติดเชื้อกันทุกคน  ในสถานการณ์แบบนี้เราอยู่บ้านทำกิจกรรมกับคนในบ้าน  ปลูกผัด  ผลไม้  ทำความสะอาดบ้าน  อ่านหนังสือ  ดูรายการที่วี  ดูหนังออนไลน์  ฟังเพลง  สอนหนังสือลูกหลาน  ในบ้านของตัวเอง 

เพราะคนในครอบครัวเราสำคัญที่สุด  หากเราไปข้างนอกแล้วดูแลป้องกันตัวเองไม่ดีพอ  นำเชื้อกลับมาติดคนที่บ้าน  ยิ่งน่าห่วงกว่าการที่เราไม่ได้ออกไปข้างนอก  ถือเป็นการชัดดาวน์ชีวิตตัวเอง  คิดเสียว่าเป็นการหยุดพักร้อนจากเรื่องราวที่สร้างให้เราปวดหัว  จากการทำงาน  เพื่อนร่วมงาน  จากปัญหาชีวิตหลายๆเรื่อง   ที่เข้ามาในชีวิตของเรา  กับเรื่องราวสับสนวุ่นวายในสังคมที่มีแต่การแข่งขัน  แย่งยิงความเป็นใหญ่  ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองของ  กับข่าวอาชญากรรมที่เรารับรู้จากการดูข่าวทุกวัน  จนทำให้เรารู้สึกว่าทุกวันอยู่ยากขึ้นทุกวันในสังคม

หากคิดในทางบวก  การหยุดพักอยู่กับบ้านเพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อโรคร้ายนี้  ก็ทำให้เราได้พักผ่อนสมองไปด้วย  ได้นอนพัก  ได้ดูหนังฟังเพลง  ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้พูดคุยกับครอบครัวมากขึ้น     ได้ดูแลตัวเองด้วยการมีเวลาออกกำลังกายมากขึ้น  อยู่บ้านกันดีกว่า

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

โรคไขมันในเลือดสูง

การวิเคราะห์โรคไขมันในเลือดสูง
แพทย์จะทำการวิเคราะห์โรคไขมันในเลือดสูง โดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับไขมันในเลือด แล้วก็เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง ต้องงดเว้นของกินทุกประเภท เว้นเสียแต่น้ำกิน ก่อนที่จะมีการเจาะเลือด 8 – 10 ชั่วโมง

คนไหนที่จำเป็นหรือควรจะเริ่มตรวจค้นไขมันในเส้นโลหิต
1. คนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือมากกว่า 35 ปีขึ้นไป สำหรับคนที่มีแนวทางชีวิตแบบชุมชนเมือง
2. สตรีที่หมดรอบเดือนก่อนวัยอันควร หรือ ก่อนอายุ 40 ปี
3. มีหลักฐานหรือสงสัยว่าโรคเส้นโลหิตตีบ ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะใดก็ตาม
4. มีการเสี่ยงอื่นต่อการเกิดโรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิต อย่างเช่น ดูดบุหรี่ โรคความดันเลือดสูง และก็เบาหวาน
5. บิดามารดา พี่น้องหรือญาติเป็นโรคเส้นเลือดตีบ โดยพี่น้องผู้ชาย ที่อายุก่อน 55 ปี แล้วก็พี่น้องผู้หญิงก่อนอายุ 65 ปี
6. ผู้เจ็บป่วยด้วยโรคอ้วนที่มี BMI มากยิ่งกว่า 30
7. โรคเรื้อรังบางประเภทที่ค้นพบว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบ ดังเช่น โรครูมาตอยด์ โรค SLE Psoriasis
8. คนที่ไตเสื่อม อัตราการกรองของไตน้อยกว่า 60
9. คนภายในครอบครัวมีประวัติไขมันสูง

ข้อควรคำนึงสำหรับผู้มีภาวการณ์ไขมันในเลือดสูง
1. ปรับพฤติกรรมการบริโภค
ควรจะลดของกิน
– ชนิดน้ำตาล ของหวานทุกหมวดหมู่ ผลไม้รสหวานจัดและก็ผลไม้ดัดแปลง รวมทั้งน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มเสริมพลังงาน ของทอดต่างๆ แกงที่มีส่วนผสมของน้ำกะทิ ของกินที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ ยกตัวอย่างเช่น เนย หรือมาการีน
– ของกินที่มีไขมันอิ่มตัว และพวกคอเลสเตอรอล เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ สัตว์ที่มีกระดองแข็ง อาทิเช่น หอยนางรม ปู ปลาหมึก น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว น้ำกะทิ ฯลฯ
ควรจะกิน
– ผักให้มากขึ้นในแต่ละมื้อ โดยเน้นย้ำผักใบเขียว
– ของกินที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ของกินที่ทำมาจากพืช ถั่วต่างๆ และก็เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ตัวอย่างเช่น ปลาจำพวกต่างๆ
– ย้ำการปรุงทำกับข้าวแบบต้ม อบ นึ่ง ต้ม ยำ แทนการใช้น้ำมัน แม้จำเป็นจะต้องใช้น้ำมันควรจะลดจำนวนให้ลดลงหรือหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจากพืชเขตร้อน ตัวอย่างเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าว ซึ่งจะ      ช่วยลดจำนวนไขมันอิ่มตัวสำหรับการบริโภคได้
2. ปรับพฤติกรรมการดำรงชีวิต
– บริหารร่างกายเป็นประจำด้วยการวิ่ง เดินเร็ว หรือปั่นจักรยาน ช่วยลดจำนวนไขมันในเลือด แล้วเพิ่มระดับของ HDL ขึ้น ควรจะทำโดยตลอดอาทิตย์ละ 3 – 4 ครั้ง ทีละ 20 – 30 นาที
– งดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
– งดเว้นดูดบุหรี่
– ควบคุมน้ำหนักให้ตามมาตรฐาน ไม่ให้เกิดภาวะอ้วนขึ้น

อันตรายของผงชูรส

อันตรายจากผงชูรส
ทานผงชูรสมากๆ จะทำให้ผมร่วง ไม่ใช่เรื่องจริง แต่อย่างใด ซึ่งแท้จริงเหตุผลที่มีคนเตือนมาว่าอย่าทานของที่มีผงชูรส อาจจะเป็นเพราะว่าผงชูรสอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติบางอย่าง ด้วยข้อมูลจากวารสารทางการแพทย์ มีการรายงานถึงอาการผิดปกติของคนที่ทานอาหารที่มีผงชูรสเป็นส่วนประกอบเอาไว้มากมาย ตั้งแต่อาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอาการร้ายแรง
– คอแห้ง กระหายน้ำ
– มีอาการแพ้ผงชูรส ปากแห้ง ลิ้นชา แขน หลัง และคอมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น แน่นหน้าอก หน้าแดง จนถึงขั้นเป็นลม
– กระตุ้นอาการหืดหอบ และไมเกรนให้กำเริบ
อย่างไรก็ตามข้อมูลจากวารสารนั้น ก็ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน ว่า ผงชูรส จะสามารถก่อให้เกิดอาการเหล่านั้น เพราะในการทดลองจะพบว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนประกอบต่างๆ ของอาหารในจานนั้นๆ ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการเหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ผงชูรสก็ไม่ได้ไม่อันตรายเสมอไป แต่อย่างไรก็มีการค้นพบอาการที่เกิดขึ้นจากเกลือโซเดียมในผงชูรส มีดังนี้
– ภูมิต้านทานร่างกายลดลง
– เกิดการคลั่งในสมองของเด็ก ทำให้เด็กโตขึ้นมามีอาการปัญญาอ่อน หรือมีอาการชักโคม่า
– เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไต ความดันสูง โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ที่แพทย์สั่งห้ามทานอาหารเค็ม
ในพ่อค้าแม่ค้าที่ทำธุรกิจอาหารก็อาจจะใส่ผงชูรสในปริมาณมากเกินไป เพราะผงชูรส ไม่ได้ออกรสเค็มหรือรสใดมาก หรือชัดเจน ทำให้ก็อาจไม่ค่อยรับรู้รสเค็มได้ชัดเจน ถึงอาจเผลอใส่เยอะจนทำให้ร่างกายได้รับผงชูรสมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว

ทำความรู้จักโรคเบาจืดกันหน่อยดีกว่า

โรคเบาจืด คืออะไร?
โรคเบาจืด เป็นภาวะที่ร่างกายสูญเสียความสมดุลของน้ำ ซึ่งเกิดมาจากความผิดปกติของฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (Antidiuretic Hormone) จะแสดงอาการออกมาโดย จะรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรงและเมื่อดื่มน้ำเข้าไปแล้วก็ยังคงที่จะหิวอยู่เสมอ ทำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากผิดปกติ และปัสสาวะออกมามากกว่าที่ควรจะเป็น
จริงแล้วสาเหตุหลักเลยที่ส่งผลให้เป็นโรคเบาจืด คือ ร่างกายไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนออกมาได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใกล้ต่อมใต้สมอง จะมีผลแทรกซ้อนตามมาทำให้เกิดโรคเบาจืด และไตผิดปกติแต่กำเนิด โดยเมื่อแรกเกิดมักไม่ค่อยแสดงอาการของโรคเบาจืด แต่จะแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 1-3 ขวบ หรือพบในบางรายเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ประเภทของโรคเบาจืด
โรคเบาจืดแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่
1. โรคเบาจืดจากความผิดปกติของสมอง (Cranial Diabetes Insipidus) พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาโรคเบาจืดชนิดอื่น เป็นผลมาจากการเกิดจากความเสียหายของต่อมใต้สมอง หรือสมองส่วนไฮโปทาลามัส มีหลายสาเหตุ เช่น ผลพวงจากการติดเชื้อที่สมอง การผ่าตัด เนื้องอกที่สมอง หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ จนทำให้สมองส่วนไฮโปทาลามัสไม่สามารถสร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการปัสสาวะได้

2. โรคเบาจืดจากความผิดปกติของไต (Nephrogenic Diabetes Insipidus) ด้วยกระบวนการทำงานของไตไม่สัมพันธ์หรือตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกได้ ซึ่งอาจเกิดจากไตได้รับความเสียหายบางอย่างจึงทำงานผิดปกติ หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ลิเทียม ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น

3. โรคเบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติของกลไกควบคุมการกระหายน้ำ (Dipsogenic Diabetes Insipidus) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการกระหายน้ำภายในสมอง

4. โรคเบาจืดที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Insipidus)

โรคเบาจืด รักษาไม่หาย ต้องกินยาตลอดชีวิต
นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ไม่ว่าช่วงวัยไหนก็สามารถที่จะเป็นโรคเบาจืดได้ แต่ว่าผู้ป่วยโรคเบาจืดนั้นมีน้อย หนึ่งแสนคน จะพบผู้ป่วยเพียง 3-4 รายเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามโรคเบาจืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องทานยาไปตลอดชีวิต

อาการของโรคเบาจืด
โรคนี้จะแสดงออกมาให้เราเห็นดังต่อไปนี้
• มีการปัสสาวะบ่อยๆ และปัสสาวะครั้งละมากๆ ปัสสาวะมักไม่มีสี หรือกลิ่น

• หากร่างกายเสียน้ำมากเกินไป ผู้ป่วยจะกระหายน้ำบ่อย จะต้องดื่มน้ำมากๆ หากดื่มไม่เพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง ทำให้มีอาการซึม ไม่รู้สึกตัว และช็อก หรือหมดสติ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย
• ในบางรายอาจพบอาการปวดบริเวณเอว หรือท้องน้อย เนื่องจากการคั่งของปัสสาวะบริเวณท่อไต กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้อวัยวะดังกล่าวโตขึ้น

วิธีรักษาโรคเบาจืด
นายแพทย์วิบูลย์ กาญจนพัฒนกุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำคัญคือต้องพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและหาสาเหตุของโรค เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
วิธีการรักษาและปฏิบัติตัวที่สำคัญของผู้ที่เป็นโรคเบาจืด คือ
1. ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด มีการสูญเสียน้ำง่าย ในบางรายที่มีอาการท้องเดิน ท้องเสีย ยิ่งต้องดื่มน้ำเปล่าให้มากเพื่อทดแทนที่เสียไป

2. งดอาหารที่มีรสเค็มจัด เพราะจะเป็นการเพิ่มเกลือหรือโซเดียมให้กับร่างกายมาก ร่างกายจะทำงานหนักเพราะต้องพยายามขับเกลือออกมาทางไตและออกมากับปัสสาวะ เป็นสาเหตุให้ร่างกายถูกดึงน้ำออกไป จึงทำให้ขาดน้ำมากขึ้น

3. ใช้ยาตามแพทย์สั่งให้ครบและตรงเวลาสม่ำเสมอห้ามหยุดยาหรืองดยาไปเอง เพราะโรคนี้จำเป็นต้องใช้ยาควบคุมเสมอ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

4. โรคเบาจืดมักเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยต้องใช้ยาฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิต หากสงสัยว่าอาจเป็นโรคเบาจืดควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป เนื่องจากภาวะเบาจืดอาจเป็นอาการของโรคทางสมอง โรคเลือด หรือความผิดปกติแต่กำเนิดบางอย่างได้