สาวคลอดลูกในห้องน้ำในตลาด เพราะไม่รู้ตัวว่าตนเองท้อง โชคดีมีคนช่วยได้ทัน

        เมื่อวันที่ 24 เดือนมกราคม   ปีพศ. 2564    ที่จังหวัดนครปฐมตรงบริเวณตลาดดิโอโซน   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพของโรงพยาบาลบางเลนได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนคลอดลูกในห้องน้ำในตลาดดิโอโซน จังหวัดนครปฐม  ลักษณะนี้หญิงสาวที่คลอดลูกนั้นหมดสติ  สำหรับคนที่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้คือพนักงานที่นั่งเก็บเงินค่าเข้าห้องน้ำของตัวตลาดนั้นเอง

      โดยเธอเล่าว่าในขณะที่เธอนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องน้ำเพื่อรอเก็บเงินค่าเข้าห้องน้ำอยู่นั้นได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาเข้าห้องน้ำหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงเด็กร้องเสียงดังมากซึ่งเธอได้ตะโกนเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อถามถึงเหตุการณ์ว่าลูกใครร้องเสียงดังแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาในที่สุดเธอจึงได้ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดูและพบว่ามีเด็กทารกนอนอยู่ที่พื้นลำตัวยังเปื้อนเลือดอยู่ในขณะที่มีผู้หญิงนอนสลบอยู่ใกล้กับเด็กทารกที่อยู่ที่พื้นนั่นเองเธอจึงได้ประสานงานแจ้งเหตุให้ทางหน่วยกู้ชีพเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าว

       อย่างไรก็ตามหลังจากที่สามารถติดตามหาญาติของหญิงสาวที่คลอดลูกในห้องน้ำได้แล้ว  สามีของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นจอดรถรออยู่ขายในตลาดนั่นเองซึ่งเขาได้เล่าให้กับทางชาวบ้านในตลาดนั้นฟังว่าตัวเขาเองนั้นมีอาชีพขับรถสิบล้อและตัวเขากับแฟนสาวนั้นกำลังจะไปทำงานกันซึ่งจะต้องมีการขับรถจากจังหวัดนครปฐมไปที่จังหวัดลพบุรีแต่ระหว่างทาง ภรรยาสาวของเขานั้นเกิดรู้สึกปวดท้องอยากจะเข้าห้องน้ำ

     ซึ่งแวะมาเข้าห้องน้ำที่ปั๊มดังกล่าว  โดยชายหนุ่มยังเล่าอีกว่าระหว่างที่ขับรถกำลังจะไปจังหวัดลพบุรีด้วยกันนั้นภรรยาของเขาก็บ่นปวดท้องอยู่ตลอดเวลาซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขาท้องรวมถึงตัวภรรยาของเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าตนเองท้องเช่นเดียวกันโดยตอนที่บ่นว่าปวดท้องนั้นยังคิดว่าเป็นการปวดท้องประจำเดือนทั่วไป  

     หลังจากที่ภรรยาของเขาลงรถเพื่อไปเข้าห้องน้ำนั้นเขาก็รู้สึกว่าภรรยาของเขาหายไปนานผิดปกติหลังจากนั้นจึงได้ลงจากรถเพื่อเดินตามหาก็ได้ยินเสียงชาวบ้านพูดกันว่ามีผู้หญิงคลอดลูกในห้องน้ำจึงวิ่งมาดูที่ห้องน้ำก็พบว่าเป็นภรรยาของตนเอง  อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มีเรื่องน่าเศร้าสลดใจเพราะว่าทั้งแม่และเด็กปลอดภัยทั้งคู่  ซึ่งเด็กที่คลอดมานี้เป็นเด็กผู้หญิงอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์และมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มีการนำคุณแม่มือใหม่และเด็กทารกไปส่งที่โรงพยาบาลบางเลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์ lottovip

คนดีมีอยู่จริง สาวโชคดีถูกลอตเตอรี่ 12 ล้านเจอพ่อค้าซื่อสัตว์ นำลอตเตอรี่ขึ้นเงินและโอนไปให้ทั้งที่อยู่ต่างประเทศ

                   กำลังเป็นกระแสที่พูดถึงกันมากอยู่ในขณะนี้  โดยกระแสดังกล่าวนั้นเป็นกระแสชื่นชมที่คนในโลกออนไลน์นั้นได้มีการออกมาพูดถึงพ่อค้าขายลอตเตอรี่รายหนึ่ง  ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และหลายคนไม่คิดว่าในโลกใบนี้จะยังมีใครที่ซื่อสัตย์สุจริตแบบนี้  สำหรับสิ่งที่เป็นกระแสให้คนพูดถึงในทางชื่นชมในโลกออนไลน์กันอยู่ในตอนนี้  คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของพ่อค้าขายลอตเตอรี่คนหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์

      โดยกระแสของในโลกออนไลน์ได้มีการพูดถึงพ่อค้าขายลอตเตอรี่ที่ชื่อว่ากุ้ง  ที่มีการโพสต์โชว์ลอตเตอรี่จำนวน 2 ใบซึ่งลอตเตอรี่ดังกล่าวนั้นเป็นการถูกรางวัลที่ 1 และเงินรางวัลนั้นจะได้สูงถึง 12 ล้านเลยทีเดียว   ล้านเลยทีเดียวแต่นายกุ้งได้มีการโพสต์นั้นระบุว่าลอตเตอรี่ต่างๆนั้นเป็นของลูกค้าของเขาที่สั่งซื้อซึ่งในตอนนี้ลูกค้าของเขานั้นอยู่ที่ประเทศอิตาลีและไม่สามารถเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยได้เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิช

   ดังนั้นเขาจึงได้มีการนำลอตเตอรี่ของลูกค้าที่ถูกไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจของจังหวัดบุรีรัมย์พร้อมทั้งได้นำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ฉบับได้ทำการขึ้นเงินรางวัลและรับเงินรางวัลมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมกันนี้ได้มีการติดต่อลูกค้าที่อยู่ที่ประเทศอิตาลีเพื่อทำการโอนเงินรางวัลที่ลูกค้าคนดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 ไปให้ลูกค้าถึงประเทศอิตาเลี่ยนเลยทีเดียว

          สำหรับผลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ในกุ้งได้มีการลงบันทึกประจำวันในครั้งนี้เป็นการออกรางวัลงวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีพศ 2564 นี้เอง   และหลังจากเรื่องราวนี้มีการเผยแพร่ออกไปคนในโลกออนไลน์ต่างก็เข้ามาชื่นชมในกุ้งกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าเขาเป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างมากเพราะถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะฮุบนี้เป็นของตนเองไปแล้ว  แต่ในกุ้งนั้นไม่ทำเช่นนั้นนอกจากจะบอกลูกค้าที่ถูกลอตเตอรี่อยู่อิตาลีแล้วยังอาสาไปทำการขึ้นเงินรางวัลให้อีกซึ่งคนดีแบบนี้หาได้ยากในยุคสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ครอบครัวของนายกุ้งด้วยออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่ารู้สึกภูมิใจกับนายกุ้งที่เป็นคนดีแต่โดยปกติแล้วในกุ้งมักจะมีลูกค้าประจำที่ซื้อลอตเตอรี่กับไอ้กุ้งอยู่แล้วและถ้าลูกค้าคนไหนถูกลอตเตอรี่ในกลุ่มก็อาสาไปทำการขึ้นเงินรางวัลและโอนไปให้ลูกค้าซึ่งโดยปกติในกุ้งทำเป็นประจำทุกงวดอยู่แล้วเพราะมักจะมีลูกค้าที่ซื้อลอตเตอรี่กับในกุ้งถูกลอตเตอรี่และไม่สะดวกไปขึ้นเงินเอง

          และสำหรับความดีที่นาย กุ้งได้ทำในครั้งนี้ทำให้   ทำให้ลูกค้าที่อยู่ประเทศอิตาลีและเป็นผู้ถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 12 ล้านนั้นได้มีการมอบเงินรางวัลเป็นสินน้ำใจกับความดีในครั้งนี้ให้กับนายกุ้งเป็นเงิน 200,000 บาทเลยทีเดียว 

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์ไทย

ชายสองคนนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านเจอตำรวจบุกจับข้อหามั่วสุม

           มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้นำคลิปเหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมคนที่อยู่ภายในบ้าน โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีการมั่วสุมกันหลังเคอร์ฟิว ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563  โดยเจ้าของคลิปแจ้งว่าตนเองนั้นอาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นตึกแถวสองชั้น โดยนำชั้นล่างของตัวบ้านนั้นเป็นที่รับซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยบ้านหลังนี้เขาอยู่กับภรรยาและมีลูกน้องอีกคนหนึ่ง

ซึ่งในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณใกล้จะสี่ทุ่มแล้วเขายังไม่ได้ปิดร้านมี รถจักรยานยนต์ของสายตรวจขับผ่านมาและแวะมาบอกให้เขารีบปิดร้านได้แล้วเพราะใกล้เวลาเคอร์ฟิวแล้ว ซึ่งเขาก็รีบปิดร้านทันทีโดยมีการดึงประตูเหล็กดัดลงมาแต่ไม่ได้งับประตูสนิท เหลือช่องว่างระหว่างประตูกับพื้นเล็กน้อย

หลังจากนั้นก็นั่งกินข้าวกับลูกน้อง เพราะเพิ่งทำงานกันเสร็จ โดยภรรยาของเขากำลังทำงานอยู่ในครัว แต่หลังจากกินข้าวได้ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เปิดประตูบ้านของเข้าแล้วเข้ามาภายในบ้าน โดยอ้างว่าจะมาจับเขาในข้อหาว่าเขากำลังมั่วสุมกัน  ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้โรคโควิด-19 ระบาด

และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวเขาและคนงานไปโรงพักให้ได้ ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ไปเพราะเขาไม่ได้ออกไปที่ไหน เพราะที่นี่คือบ้านของเขาเอง เขาไม่ได้ทำความผิด สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ร้อยเวรเข้ามาและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนว่าพวกเขาไม่ผิดเพราะนั่งกินข้าวในบ้านของตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีเหล้า หลังจากนั้นตำรวจทั้งหมดก็พากันกลับไป 

       สำหรับเรื่องราวในคลิปนี้มีการแชร์และวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางและทุกคนก็ไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวของทางตำรวจที่บุกเข้ามาจับกุมเจ้าของบ้านทั้งที่พวกเขาเองก็นั่งอยู่ในบ้านของตัวเองไมได้เดินทางออกนอกสถานที่แถม ก็ไม่ได้มีการดื่มเหล้า หรือของมึนเมากันด้วยและมีการนั่งกินข้าวกันแค่สองคนเท่านั้นกลับมาตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ พรบ.ฉุกเฉิน เกี่ยวกับการฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงเลย หลายคนจึงมองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไปเพราะต้องการเงิน จากการจับกุมคนฝ่าฝืนเคอร์ฟิวได้แน่นอน เพราะหลายครั้งที่เรามักจะได้ข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมักบุกเข้าไปในบ้านของขาวบ้านและอ้างเรื่องการจับกุมเพราะมีการซ่องสุมกัน ซึ่งบางครั้งบ้านนั้นอาจจะมีการนัดเพื่อนมากินข้าวที่บ้านแต่หากเขากินกันในบ้านไม่ได้ออกมานอกบริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ควรเข้าจับกุมเพราะถือว่าไม่ผิด

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง

ซื้อของออนไลน์ไม่อ่านรายละเอียดให้ชัดเจนอาจได้ของไม่ตรงปก

         ส่วนใหญ่คนที่ซื้อของออนไลน์นั้นมักจะเจอกับความเสี่ยงอย่างมากเกี่ยวกับการซื้อสินค้ามาและเมื่อได้รับสินค้าพอแกะกล่องออกดูก็จะพบว่าสินค้านั้นไม่ตรงกับที่เรานึกฝันเอาไว้  ซึ่งแน่นอนว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแต่ก็ยังไม่ได้มีการที่จะสามารถแก้ไขได้เพราะอันที่จริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากผู้ซื้อนั่นเอง

          สำหรับปัญหาสินค้าที่สั่งซื้อออกมาแล้วได้ไม่ตรงกับความต้องการนั้นส่วนหนึ่งมาจากทางผู้ซื้อที่ไม่ได้อ่านรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจน  โดย ส่วนใหญ่ไม่เห็นรูปถ่ายของสินค้ามีความสวยงามถูกตาต้องจ่ายก็มักจะกดสั่งซื้อสินค้าเลยโดยที่ไม่ได้เข้าไปอ่านรายละเอียดถึงขนาดของสินค้าว่าเป็นขนาดการใช้งานจริงได้หรือไม่หรือสำหรับใช้กับคนหรือสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงนั่นเองทำให้เวลาจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยและได้รับของแล้วมักจะเจอกับปัญหาสินค้าไม่ตรงปก

        ในขนาดอีกส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากที่ร้านค้าเองเป็นผู้ระบุรายละเอียดให้กับลูกค้าไม่ชัดเจนโดยบริเวณที่มีการโพสต์ภาพรูปสินค้านั้นไม่ได้มีการเขียนรายละเอียดของสินค้าให้ลูกค้านั้นเข้าใจง่ายๆหรือ ลูกค้าอ่านรายละเอียดแล้วเข้าใจไปอีกแบบทำให้บางครั้งลูกค้าถึงแม้จะอ่านรายละเอียดของสินค้าแล้วแต่ความหมายก็ตีผิดไปเมื่อสั่งซื้อไปแล้วได้สินค้ามาก็จะไม่ตรงกับความต้องการได้เช่นเดียวกัน

         อย่างเช่นกรณีล่าสุดที่มี Application หนึ่งออกโปรโมชั่นโครงการ 11: 11  ออกมา  โดยร้านค้าได้มีการระบุรายละเอียดสินค้าไว้ชัดเจนแล้วไม่ว่าจะเป็นขนาดของสินค้าหรือสินค้านี้ใช้กับใครและมีส่วนลดไปเท่าไหร่ซึ่งลูกค้าเมื่อเห็นภาพปุ๊บก็ได้มีการสั่งทันทีโดยสินค้าดังกล่าวนั้นเป็นเต็นท์นอนซึ่งเป็นเต็นท์ลายดอกไม้โดยทางผู้ที่สั่งซื้อสินค้านั้นก็เห็นว่าเป็นเต็นท์ลายดอกไม้และใช้สำหรับนอนก็กดสั่งซื้อโดยที่ไม่เข้าไปดูรายละเอียดพอได้รับสินค้ามาก็พบว่าเต้นดังกล่าวนั้นมีขนาดเล็กมากจนคนไม่สามารถเข้าไปได้ทดลองดูก็จะพบว่านำส่วนหัวเข้าไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

      แต่พอลูกค้าจะเข้าไปต่อว่าร้านค้าเข้าไปทำการเช็ครายละเอียดของสินค้าตามที่ร้านค้าได้มีการระบุเอาไว้ก็ได้เห็นว่าตัวลูกค้าเองนั้นเป็นคนที่ผิดเพราะไม่อ่านรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนเพราะร้านค้าได้มีการระบุไว้เรียบร้อยแล้วว่าสินค้าเป็นนั้นเป็นของสุนัขไม่ใช่ของคนดังนั้นทั้งนี้ลูกค้าจึงไม่สามารถที่จะต่อว่าร้านค้าได้เลยเนื่องจากว่าถือว่าเป็นความผิดของลูกค้านั้นเอง

       สำหรับเรื่องนี้ที่ทางลูกค้าได้มีการนำมาโพสต์เล่าเรื่องราวของตนเองผ่านทาง facebook นั้นจึงนับได้ว่าเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ชื่นชอบการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้มีความระมัดระวังในการสั่งซื้อสินค้าให้ดีควรจะมีการอ่านรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนเพื่อที่เวลาสั่งซื้อสินค้ามาแล้วจะได้สามารถใช้สินค้านั้นได้

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สามีโร่แจ้งตำรวจกลัวกิ๊กหนุ่มดักฉุดเอาตัวไป

          เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่  ว่าให้ช่วยติดตามหาภรรยาของเขาที่หายตัวออกไปจากบ้านเมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายนปีพศ 2563    เดือนพฤศจิกายนปีพศ2563 โดยนายวิรัตน์ระบุว่าภรรยาของเขานั้น ปลูกชายที่ชื่อนายอ่องยุ่น  เข้ามาหนักสุดถึงในบ้านพักของตนเองซึ่งบ้านของนาย วิรัตน์นั้นเปิดเป็นร้านขายของชำอยู่

       เมื่อทางด้านเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจึงได้มีการส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ติดตามหาตัวหญิงคนดังกล่าวทันทีโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าหญิงที่ถูกดักฉุดตัวไปนั้นชื่อว่านางหยก  เป็นชาวไทใหญ่ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางด้านสามีของนางหยกได้มีการแจ้งความผิดตามคนหาย ใช้ระยะเวลาไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถติดตามนางหยกและชายหนุ่มที่สุดนางหยกไปได้

        แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวทั้งนางหยกและชายที่ชุดนางหยกมาที่สถานีตำรวจพร้อมทั้งตามตัวสามีของนางหยกก็คือนายวิรัตน์มาที่สถานีตำรวจ ปรากฏว่านางยกได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองไม่ได้ถูกฉุดไปแต่อย่างใด   พร้อมทั้งบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเข้าใจผิดกันโดยตนเองรู้จักกับนายอ่องยุ่นและที่ไปด้วยกันนั้นก็เป็นการยินยอมพร้อมใจที่สำคัญไม่ได้รับอันตรายใดๆในการไปกับนายออกยื่นในครั้งนี้ 

             โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นางหยกยืนยันว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจของเธอเองที่จะเดินทางไปกับนายออกยุ่นและเป็นปัญหาครอบครัวไม่ต้องการให้มีการดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้น  ดังนั้นท้ายที่สุดแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ

       สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น   นางหยกได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังเพราะๆว่าอันที่จริงแล้วเธอกับนายวิรัตน์นั้นเป็นสามีภรรยากันแต่เธอนั้นได้แอบมีกิ๊กชื่อว่านายอ๋องยุ่นและในวันเกิดเหตุนั้นเธอก็ออกไปกับกิ๊กของเธอ  ซึ่งในขณะนี้เธอกำลังตัดสินใจว่าเธอจะเลือกไปอยู่กับใครระหว่างสามีและกิ๊ก   เบื้องต้นครอบครัวของเธอนั้นต่างก็พากันเดินทางมาที่สถานีตำรวจและพูดคุยเรียกเกลี้ยกล่อม ให้นางหยกนั้นกลับบ้านไปอยู่กับสามี   เนื่องจากสงสารลูก  และถ้าหากนางหยกใจอยากไปอยู่กับกิ๊กก็ให้กลับบ้านไปพูดคุยกับลูกและแม่ของนางหยกให้เรียบร้อยเสียก่อน

              อย่างไรก็ตามนางหยกไม่ได้มีท่าทีว่าจะเลือกใครแต่ก็พร้อมที่จะเดินทางกลับบ้านไปกับญาติของเธอโดยการนำรถกระบะมารับเธอที่สถานีตำรวจ ซึ่งเธอยืนยันว่าจะต้องไปพูดคุยกับสามีของเธออีกครั้งหนึ่งว่าจะเอายังไงต้องมีการตกลงรายละเอียดกับสามีก็คือนายวิรัตน์เสียก่อน  เพราะต้องมีการเคลียร์กันเกี่ยวกับเรื่องของทรัพย์สินและเดียวกับเรื่องของการดูแลลูก  

         

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ตื่นเช้ามาตกใจหนักมากเมื่อเจอหมาที่ร้านหมูกระทะมาอยู่ในบ้าน 

          อาการของคนที่ไปเลี้ยงสังสรรค์กันแล้วกินเหล้าเมามายนั้นมีเห็นได้อยู่บ่อยครั้งซึ่งบางคนเมาก็ยังคงสามารถครองสติของตนเองได้รับรู้เรื่องราวโดยตลอดแต่บางคนเมื่อเราเข้าปากแล้วเมามักจะไม่ได้สติไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไปยังชายคนหนึ่งซึ่งเขาไปกินหมูกระทะกับเพื่อนของเขาได้สร้างวีรกรรมที่สร้างความน่ารักและเป็นเรื่องที่ขำขันของในหมู่เพื่อนฝูงรวมถึงคนที่ได้ดูคลิปด้วย  

       สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์คลิปลงใน Facebook ของตนเองบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนชายของเขาที่พวกเขาไปกินหมูกระทะกัน และขนาดที่อยู่ในร้านหมูกระทะนั้นก็มีสุนัข 2 ตัวคอยมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ตรงบริเวณที่พวกเขานั่งกินหมูกะทะซึ่งพวกเขาก็ให้อาหารมันและเล่นหยอกล้อกับมันในขณะเดียวกันเพื่อนชายของเขานั้นก็ดื่มเหล้าเข้าไปด้วยและเกิดอาการเมาหลังจากที่กินหมูกระทะเสร็จแล้วเพื่อนชายของเขาก็ได้มีการลากหมา 2 ตัวขึ้นไปบนรถเพื่อจะเอากลับบ้านไปด้วย

        อย่างไรก็ตามมาทั้ง 2 ตัวนั้นพยายามขัดขืนชายคนดังกล่าวจึงตัดสินใจว่าจะเอาไปแค่ตัวเดียวซึ่งเอาตัวสีดำไปหลังจากนั้นเมื่อกลับไปถึงบ้านเขาก็นำหมาตัวสีดำขึ้นไปบนเตียงนอนและนอนกอดจนถึงเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็ต้องตกใจว่ามาตัวดังกล่าวมาอยู่ในบ้านของเขาได้อย่างไรซึ่งเพื่อนของเขาได้มีการเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ฝ่ายชายนั้นดึงหมาขึ้นรถให้ฝ่ายชายเห็นซึ่งสร้างความขบขันให้กับเพื่อนทั้งสองคนเป็นอย่างมากและได้มีการแชร์ให้กับเพื่อนในออนไลน์ได้เห็นถึงการกระทำของฝ่ายชายที่เมาจนไร้สติจนในที่สุดก็นำหมาจรจัดกลับมาบ้านและมานอนกอดตลอด

          และจากคลิปวิดีโอที่มีการโพสต์นี้มีคนแชร์เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเมื่อได้เห็นคลิปนั้นแล้วหลายคนเกิดความตลกขบขันกับการกระทำของฝ่ายชายเป็นอย่างมากซึ่งก็มีคนออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของอาการเมาของตนเองอยู่หลายคนเช่นเดียวกันว่าเวลาบางคนเมาแล้วทำอะไรโดยที่ไม่รู้ตัวเหมือนกับชายคนนั้นเช่นเดียวกัน

          อย่างไรก็ตามชายที่อยู่ในคลิปดังกล่าวได้มีการโพสต์ Facebook ระบุว่าเมื่อตนเองได้เห็นคลิปที่เพื่อนถ่ายเอามาให้ดูก็ทำให้ตนเองนั้นตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงหมาตัวสีดำตัวดังกล่าวเอาไว้ที่บ้านซึ่งในขณะนี้ได้พามันไปอาบน้ำตัดขนดูแลมันเป็นอย่างดีเพราะถือว่าผูกพันกันมาตั้งแต่ร้านหมูกะทะแล้วซึ่งปัจจุบันนี้เขาได้มีการตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าหมูกระทะอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง

คดีน้องชมพู่ ยังไม่คืบหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนจากกรุงเทพต้องลงไปช่วย

           ผ่านมาเกือบจะครบเดือนแล้วสำหรับคดีฆาตกรรมน้องชมพู่เด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบเสียชีวิตจากการถูกคนร้ายลักพาตัวไปฆ่าที่บริเวณภูเขาเหล็กไฟซึ่งเป็นภูเขาที่อยู่บริเวณหลังบ้านของน้องชมพู่ในจังหวัดมุกดาหารซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563  เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบหายออกจากบ้านขณะที่เล่นอยู่ที่หน้าบ้านหลังจากนั้น 5 วันต่อมาก็พบศพของน้องชมพู่ว่าถูกฆาตกรรมเสียชีวิตอยู่

บนภูเขาหลังบ้านซึ่งห่างจากตัวบ้านแค่เพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้นและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามสืบสวนหาตัวคนร้ายเพื่อจะมาดำเนินคดีให้ได้แต่นี่ผ่านไปเกือบจะครบเดือนแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใดคนร้ายยังคงลอยนวลอยู่และยังไม่รู้ว่าคนร้ายที่ลงมือฆาตกรรมเด็กหญิงวัยเพียงแค่ 3 ขวบนั้น

มีกี่คนที่สำคัญหลักฐานที่หาได้ในแต่ละชิ้นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเชื่อมโยงกับตัวคนร้ายได้หรือไม่ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำชาวบ้านในหมู่บ้านทั้งหมดมาตรวจหา DNA แล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่สามารถปักใจจับกุมคนร้ายได้ซึ่งเนื่องจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเปลี่ยนชุดสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตจังหวัดมุกดาหารมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยสืบสวนสอบสวนจากกรุงเทพฯให้ลงไปช่วยในการสืบสวนในครั้งนี้ซึ่งจะเป็นผู้ชำนาญการเรื่องของการสืบหาคดีสืบสวนที่เก่งกาจ

โดยปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารรวมถึงนักข่าวจากสำนักข่าวต่างๆต่างก็พากันเดินขึ้นเขาทุกวันเพื่อพยายามหาหลักฐานโดยหลักฐานที่ต้องการอย่างมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเสื้อกล้ามที่น้องชมพู่ใส่ในวันเกิดเหตุเนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ติดตัวน้องชมพู่อยู่โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางพ่อแม่ของน้องชมพู่ยังไม่สามารถตามหาพบ

ซึ่งไม่เข้าใจว่าเสื้อของน้องหายไปได้อย่างไรโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเสื้อของน้องชมพู่นั้นอาจจะเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถสาวไปถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุลักพาตัวน้องชมพู่ไปฆ่าก็เป็นได้และถึงแม้ทุกวันนี้จะยังหาไม่พบแต่ก็มีพลเมืองดีหลายคนรวมถึงชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆที่ทราบข่าวต่างก็พากันเดินทางมาช่วยเหลือในการที่จะหาหลักฐานชิ้นนี้ถึงขนาดนี้มีทั้งพระและทั้งผู้มีวิชาอาคมต่าง

ก็เดินทางมาทำพิธีเปิดตาเพื่อที่จะหาเสื้อของน้องชมพู่ให้พบโดยทุกคนให้ข้อมูลตรงกันว่าน้องชมพู่นั้นผูกผ้าแล้วก็มีการทำพิธีอาคมสะกดวิญญาณเอาไว้รวมถึงมีการซ่อนเสื้อเอาไว้ด้วยการใช้เวทมนต์อาคมบังตาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถหาเสื้อดังกล่าวเจอได้อย่างไรก็ดีหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรุงเทพฯลงไปช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนในการหาตัวคนร้ายฆาตกรรมน้องชมพู่ในครั้งนี้คาดว่าในเร็ววันนี้น่าจะได้ตัวคนร้ายแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน